ปัจจุบันนี้นักศึกษาของประเทศไทยเป็นอย่างไร เกิดอะไรขึ้นกับการศึกษาระดับอุดมศึกษาของไทย มีข้อมูลที่น่าสนใจ คือ ผลการสำรวจประเทศในเอเชียล่าสุด ประเทศไทยติดอันดับต้นๆ จาก 12 ประเทศในแง่การมีบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษาและบัณฑิตศึกษาจำนวนมาก แต่ทว่าขีดความสามารถด้านการแข่งขัน (Competency test) และอัตราการได้งานหลังสำเร็จการศึกษากลับอยู่อันดับท้ายๆ สะท้อนให้เห็นว่าสังคมไทยกำลังเร่งผลิตบัณฑิตแบบที่เรียกว่าเป็นสังคมที่อุดมปริญญา… แต่ขาดแคลนปัญญา!!
สิ่งหนึ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือภายในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ อาเซียนจะรวมตัวกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community (AEC)) ซึ่งทำให้การไหลบ่าของแรงงานข้ามชาติเป็นไปโดยเสรี สำหรับแรงงานของ ๑๐ ประเทศ ซึ่งรวมประเทศไทยด้วย และสิ่งที่เป็นสัญญาณอันตรายก็คือ องค์กรหลายแห่งเริ่มพิจารณาที่จะจ้างแรงงานต่างชาติเข้ามาทำงานแทนที่คนไทย เราจึงควรเร่งช่วยกันปฏิรูปการศึกษา และผลิตงานวิชาการ หรือมีสถาบันวิชาการที่รับใช้สังคมมากขึ้น ซึ่งเป็นโจทย์หรือเป็นทิศทางที่เราควรต้องดำเนินไปพร้อม ๆ กัน และนี่คือวิสัยทัศน์ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ในการขับเคลื่อนสถาบันอุดมศึกษา เพื่อพัฒนาสังคมไทยให้ทัดเทียมนานาชาติ
หากสังเกตให้ดี จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเราทุกคนกำลังอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ในทุกมิติของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง วิถีชีวิตและความคิดของคนเปลี่ยนไปอย่างโดยสิ้นเชิง สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวคือ โลกของเรามีอุณหภูมิสูงขึ้นจากเดิม และมีภัยพิบัติเกิดขึ้นในหลายแห่งทั่วโลก สิ่งที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในอดีตก็เกิดขึ้นในปัจจุบัน เช่น แม่น้ำโขงแห้งเหือดเป็นครั้งแรกในรอบ ๖๐ ปี ทะเลสาบกลายเป็นทะเลทราย และมีหิมะตกในสถานที่ที่ไม่เคยมีหิมะตกมาก่อน นี่คือการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของโลกที่สำคัญ
มิติอื่นที่มีการเปลี่ยนแปลง ได้แก่ วิถีชีวิต ความคิด การเมือง การปกครอง ความสัมพันธ์ในครอบครัวเช่น ในอดีตนั้นคนไทยเราไม่เคยมีปัญหาการคิดต่างด้านการเมืองจนอยู่ร่วมกันไม่ได้ ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของสังคมไทยอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งหมายความว่าคนไทยทุกคนต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมไทย และมีจิตสำนึกของการเป็นเจ้าของประเทศไทยร่วมกัน ซึ่งหากว่าไม่เป็นเช่นนี้แล้ว ปัญหาก็จะไม่มีวันยุติลงได้
ชาร์ลส ดาร์วิน ได้กล่าวไว้ในทฤษฎีวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต (The Origin of Species) ราว ๒๐๐ ปีที่ผ่านมา สิ่งมีชีวิตที่ฉลาดที่สุดแแข็งแรงที่สุดก็ไม่ได้หมายความว่าจะอยู่รอดได้ แต่สิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ที่สามารถพัฒนาเปลี่ยนแปลงตัวเองตามการเปลี่ยนแปลงของโลกได้ต่างหากที่จะสามารถอยู่รอดได้ เช่น ไดโนเสาร์ที่สูญพันธุ์ไปเมื่อ ๖๕ ล้านปีก่อน ในขณะที่เต่าสามารถอยู่รอดมาได้จนปัจจุบัน
ประเด็นสำคัญก็คือจากการบรรยายที่ผ่านมา เมื่อให้ผู้ฟังเลือกระหว่างเป็นไดโนเสาร์หรือเต่า มีผู้ฟังจำนวนมากที่ไม่เลือก ทั้งที่สิทธิสำคัญของการได้เกิดมาเป็นมนุษย์ คือ การมีสิทธิเสรีภาพในการเลือก (Freedom of Choice) และการที่จะมีทางเลือกได้เป็นจำนวนมาก ก็คือการที่เราฝึกสติและสัมปชัญญะ ซึ่งเป็นหลักการสำคัญของกลยุทธ์น่านน้ำสีขาว (White Ocean Strategy)
หากตั้งคำถามว่า ทำไมคนเราถึงเกิดมาแล้วต่างกัน ทำไมบางคนสามารถสร้างบริษัทขึ้นมาได้ ทำไมผู้ว่าการรัฐธรรมดาจึงสามารถสร้างประวัติศาสตร์ขึ้นมาได้ในการเข้าสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ที่ยกประเด็นนี้ขึ้นมาเพราะว่าต้องการกล่าวถึงทฤษฎีผีเสื้อขยับปีก (butterfly effect) เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในที่หนึ่งย่อมส่งผลกระทบต่อจุดอื่นๆ
ดังนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในผืนแผ่นดินไทยนั้น เรามีส่วนร่วมรับผิดชอบและรับผลกระทบทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม เราสามารถเรียนรู้สิ่งใดได้บ้างจากคนคนหนึ่งที่สร้างประวัติศาสตร์
ช่วงหาเสียง ประธานาธิบดี บารัค โอบามากล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงได้เข้ามาสู่อเมริกา ไม่ใช่มาจากตัวเขา แต่มาจากพลังในการเปลี่ยนแปลงในคนอเมริกันทุกคน และนำเอาศักยภาพการเปลี่ยนแปลงนั้นเข้ามาสู่สังคมอเมริกา ซึ่งเป็นการกล่าวที่ให้อำนาจแก่ชนชาวอเมริกัน (Empowerment) ทำให้ชนชาวอเมริกันตระหนักได้ถึงการมีส่วนได้ส่วนเสีย และประธานาธิบดี บารัค โอบามา ยังเป็นผู้ที่ได้นำ Social Networking ต่าง ๆ มาบูรณาการ อาทิ เว็บไซต์ Blog SMS twitter facebook hi5 อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ทำให้มียอดเงินบริจาคเข้าพรรคสูงเป็นประวัติการณ์
เช่นเดียวกัน วิถีชีวิตของเด็กในปัจจุบันนั้นต่างไปจากเดิม เด็กมีสมาธิสั้นลง และเราต้องมีความเข้าใจในสิ่งนี้เพื่อให้สามารถสื่อสารกันได้กับเด็ก การเรียนรู้ของเด็กต่างไปจากเดิม ไม่ใช่จากการฟังการบรรยายเท่านั้น ช่องทางการสื่อสารในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนไป การเข้าถึงคนกลุ่มใหญ่ทำได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น และเราต้องมีความเข้าใจในการใช้ช่องทางสื่อสารให้เกิดประโยชน์ไม่เป็นโทษ
ข้อมูลในปัจจุบันที่น่าเป็นห่วงของประเทศไทย คือการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศไทยนั้นต่ำกว่าประเทศอินโดนีเซีย นวัตกรรมการวิจัยและพัฒนาของเราต่ำกว่าประเทศเวียดนาม และไอคิวของเด็กไทยต่ำกว่าเด็กสาธารณรัฐประชาชนลาว
เราจะขับเคลื่อนต่อไปอย่างไร เราได้ตระหนักถึงปัญหาแล้วหรือยัง สิ่งที่ทำให้บริษัทไมโครซอฟท์เติบโตเป็นบริษัทติดอันดับโลกก็คือคำว่า “การสร้างตัวเองใหม่อย่างไม่หยุดยั้ง (Continuous Reinvention)” ขณะที่ บิล เกตส์ ผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ ปฏิเสธการเรียนในสถาบันการศึกษาอันดับท็อปเท็นของอเมริกา อย่าง มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ปฏิเสธการเรียนรู้โดยการท่องจำ เพราะไม่เชื่อในระบบการศึกษาแบบความรู้มือสอง (second-hand knowledge) ซึ่งพยายามนำความรู้ของผู้อื่นมายัดเยียดให้ผู้เรียนโดยที่ผู้สอนเองก็ไม่เข้าใจในความรู้นั้นอย่างแท้จริง บิล เกตส์ จึงได้ลาออกจากฮาร์วาร์ด แล้วมาสร้างความฝันของตนเองให้เป็นจริง
ถึงเวลาแล้วที่สถาบันการศึกษาต้องกลับมาทบทวนว่าจะจัดการเรียนสอนแบบใดดี ในปัจจุบัน สังคมไทยส่วนใหญ่นั้นให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงเฉพาะหน้า และไม่ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว เราต้องมองการณ์ไกลโดยเริ่มตั้งแต่วันนี้ เพื่อตั้งเป้าหมายว่าเราจะส่งมอบประเทศให้ชนรุ่นหลังในสภาพใด
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เคยกล่าวไว้ว่า คำจำกัดความของคำว่า “โง่งม” คือการทำสิ่งเดิมซ้ำ ๆ และคาดหมายผลลัพธ์ที่ต่างจากเดิม ถ้าเราพัฒนาไม่ทันยุค สังคมเราก็จะล้าหลัง ปัจจุบันนี้ เราอยู่ในยุคสังคมแห่งการเรียนรู้ เราต้องพัฒนาพลังความคิดสร้างสรรค์ การจุดประกายความคิด โดยเน้นศักยภาพของสมองซีกขวาไม่ใช่ซีกซ้าย การเรียนรู้ของเรานั้นเน้นที่สมองซีกซ้าย คือ สัญญา ภาษา ความจำ ซึ่งเป็นการเรียนรู้แบบ Linear Learning
ในอนาคตอันใกล้ สมองซีกซ้ายของมนุษย์กำลังถูกทดแทนด้วยเทคโนโลยี ๓ สิ่ง คือ Digital Technology, Nano Technology และ Bio Technology การพัฒนาบัณฑิตของประเทศไทยจะต้องพัฒนาสมองซีกขวาคือ จินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ ศิลปะ อารมณ์ ความรู้สึก คุณธรรม จริยธรรม มโนธรรม จิตสำนึก และแรงบันดาลใจ การเรียนรู้ต้องเน้นที่การรู้จริงโดยอาศัยสมองซีกขวา ไม่ใช่รู้จำโดยอาศัยสมองซีกซ้าย
ปัจจุบันนี้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าระบบสองระบบนั้นไม่ประสบความสำเร็จ คือ ระบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ได้ล่มสลายไปแล้ว และระบบทุนนิยมซึ่งนำไปสู่วัตถุนิยม บริโภคนิยม ประชานิยม ความฟุ้งเฟ้อ ซึ่งเป็นค่านิยมที่ผิดได้ล่มมาแล้วถึง ๑๒๕ ครั้ง เราเดินทางสายนี้ไม่ได้ เด็กของเรากำลังอยู่ในกระแสบริโภคนิยมวัตถุนิยม เราต้องดึงกลับมา
ทางออกของโลก คือ ทางสายกลาง มัชฌิมาปฏิปทา หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การแข่งขันควรเป็นการแข่งขันที่มีสติ อย่างมีจรรยาบรรณ และรู้จักแบ่งปันความสำเร็จและผลกำไรให้คนรอบข้าง โดยหัวใจอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาตนเองให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงภายนอก
การสร้างบัณฑิตนั้นไม่เพียงแค่ให้ความรู้เท่านั้น แต่ต้องสร้างจิตวิญญาณของการเป็นคนไทยด้วย การทำให้บัณฑิตมีความสมบูรณ์แบบนั้นประกอบด้วยความสามารถ ๔ ด้านคือ
๑. Body คือ ร่างกายต้องแข็งแรง เข้มแข็ง มีระเบียบวินัย และมีวัฒนธรรม
๒. Heart คือ ใจต้องมีความชอบมีความรัก มีฉันทะ และมีใจเปิดกว้างยอมรับสิ่งต่าง ๆ
๓. Mind คือไอคิว สติปัญญา
๔. Spirit คือ จิตวิญญาณ จิตสำนึก คุณธรรม และมโนธรรม
บัณฑิตของเราต้องมีความสมดุลในความสามารถทั้ง ๔ ด้าน เหล่านี้
ประเด็นสำคัญ คือ สิ่งที่เราต้องช่วยกันปลูกฝังให้เกิดขึ้นคืออะไร ปัจจุบัน มีหลายสถาบันที่เปิดสอนเรื่องของความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (Corporate Social Responsibility (CSR)) ซึ่งเป็นสิ่งดี ทุกอย่างที่เป็นความดีนั้นดีทั้งหมด แต่ก็มีสิ่งที่ดีกว่านี้และควรปลูกฝังลงในจิตวิญญาณของนักศึกษาคือความรับผิดชอบต่อสังคมระดับบุคคล (Individual Social Responsibility (ISR))
จิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมและส่วนรวมนั้นจะต้องเริ่มมาจากตัวเราเองก่อน ความดีนั้นต้องปลูกฝังให้เข้าไปอยู่ในจิตวิญญาณ ความดีนั้นต้องทำต่อเนื่องทุกวันไม่มีวันหยุด เพราะความชั่วและกิเลสไม่เคยหยุดทำงาน และเราจะสามารถเปลี่ยนแปลงประเทศได้ การที่จะปฏิรูปประเทศไทยให้กลับมาเป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดในโลกอีกครั้งหนึ่งนั้นจะทำได้อย่างไร ซึ่งเป็นโจทย์ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาและสถาบันอุดมศึกษาทั้งประเทศ
การที่ประเทศไทยน่าอยู่ที่สุดในโลกนั้นเกิดขึ้นได้เพราะคนไทย แต่ว่าปัจจุบันนี้คนไทยสายพันธุ์เดิมได้หายไป และเราต้องนำคนไทยสายพันธุ์เก่าซึ่งอ่อนโยนโอบอ้อมอารี มีเมตตา มีสังคมที่เป็นเครือญาติ กลับคืนมา โดยเริ่มต้นจากมหาวิทยาลัยที่ต้องเริ่มต้นในการปลูกฝังจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคมระดับบุคคลลงไปในจิตวิญญาณของนักศึกษาทุกคน การสอนสมัยใหม่ควรเป็นการสอนแบบไม่ต้องสอน แต่เป็นการสอนโดยการเป็นแบบอย่าง เด็กสมัยใหม่นั้นเป็น Connected Learner ซึ่งเรียนรู้ได้ดีจากเพื่อนและจากอาจารย์ที่เป็นแบบอย่างที่ดี
สถาบันหรือองค์กรเองนั้นก็ต้องทำความดี มีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยอาจจะจัดในรูปแบบของกิจกรรมซึ่งจะสามารถขับเคลื่อนสังคมได้เพราะเรามีฐานที่แข็งแรงสืบเนื่องมาจากการมีความรับผิดชอบต่อสังคมระดับบุคคล นอกจากนั้น ต้องมีความรับผิดชอบต่อเมืองและสังคมเมืองที่เราอยู่ และสุดท้ายต้องมีความรับผิดชอบต่อประเทศและสังคมระดับประเทศ คนไทยทุกคนต้องมีจิตสำนึกรับผิดชอบสูงต่อส่วนรวม และไม่กล้าทำความผิด ไม่กล้าทำความชั่ว มีความละอาย
ขุมพลังทางปัญญาของประเทศไทยอยู่ที่มหาวิทยาลัย เราต้องขับเคลื่อนที่มหาวิทยาลัย เป็นหัวหอกที่นำพาสังคมไปในทิศทางที่ถูกต้อง
หลักการของน่านน้ำสีขาวนั้นเกี่ยวข้องกับการสร้างบัณฑิตในอุดมคติของเรา และต้องสร้างให้เกิดขึ้นในสถาบันการศึกษา คือ
๑. Where are we? การตระหนักถึงคุณค่าของตัวเอง เราเกิดมาทำไม จุดอ่อน จุดแข็งและอุปสรรคของเราคืออะไร สำเร็จการศึกษาแล้วจะทำอะไรต้องตั้งเป้าหมายให้ได้ บัณฑิตของเราในปัจจุบันขาดความมุ่งมั่นในเป้าหมายของตัวเองและปล่อยตัวไปตามกระแส
๒. Where do want to go? เป้าหมายของชีวิตเป็นอย่างไร เป้าหมายต้องชัดเจน และต้องตั้งเป้าหมายอย่างมองกว้างคิดไกลใฝ่สูง การมีเป้าหมายทำให้มีพลังก้าวเดินต่อไป
๓. How do we get there? เราจะไปสู่เป้าหมายได้อย่างไร โดยให้แสวงหาจุดสมดุลระหว่าง people planet profit และมี passion คือไม่ไหลไปตามกระแส
๔. The world of Abundance & Sharing อยู่บนหลักการของแนวคิดที่ว่าเราอยู่บนโลกที่อุดมสมบูรณ์ มีที่ยืนสำหรับทุกคน ทุกคนเป็นผู้ชนะร่วมกันได้ไม่จำเป็นต้องมีผู้แพ้และผู้ชนะ และเป็นโลกของการแบ่งปัน
๕. ตั้งมั่นอยู่บนพื้นฐานของคุณธรรม คือ เริ่มต้นทำความดีจากตัวเราเอง ไม่ใช่ว่าดีชั่วรู้หมดแต่อดใจไม่ไหว สังคมไทยนั้นพูดเก่ง คิดเก่ง แต่ไม่ลงมือทำ เราต้องเปลี่ยนสังคมไทยใหม่คือคิดร้อยละ ๑ พูดร้อยละ ๔ และลงมือทำร้อยละ ๙๕ เราต้องอยู่กับความเป็นจริงคือทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลง บังคับบัญชาไม่ได้ คงตัวอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ ซึ่งก็คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา และต้องมีความเป็นเนื้อแท้ คือ คิด พูด เชื่อ ทำ เป็นเรื่องเดียวกัน ซึ่งจะทำให้เราเป็นคนที่มีต้นทุนทางสังคมสูง
๖. ระเบิดจากภายใน ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของสังคม เราต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองโดยที่ไม่อ้างคนอื่น ไม่โทษคนอื่น ไม่ผลักภาระให้คนอื่น ไม่โทษดินฟ้าอากาศ ไม่โทษการเมือง ไม่โทษพรรคการเมือง ไม่โทษระเบียบราชการ ไม่โทษหัวหน้าเจ้านายลูกน้อง เราต้องไม่เป็นเหยื่อไม่เป็นผู้ที่ถูกกระทำ ต้องเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์มีสิทธิเลือก และเราต้องเริ่มต้นโดยการเปลี่ยนแปลงตัวเอง ระเบิดจากข้างใน
๗. เป็นผู้สร้างบรรทัดฐานใหม่ให้เกิดขึ้นในสังคม เป็นผู้นำทางความคิด